ชีวิตรุ่งอรุณของฮารูน เหมมินทร์ สู่ธุรกิจที่ใส่ใจสังคม

โดย ซายูตี

อรุณรุ่งเช้า คือ ความหมายนัยหนึ่งของจุดเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความดีงาม ทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน ค้าขาย หรือการศึกษาเล่าเรียน เพื่อแสวงหาริสกี (ปัจจัยยังชีพ) ในหลากหลายรูปแบบ แต่เช้านี้แตกต่างออกไป ผู้เขียนตั้งใจจะพาทุกท่านไปรู้จักกับชายคนหนึ่งจากเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ชุมชนชาวประมงมุสลิมกลางทะเลที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งในด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง

จากชุมชนที่มีประชากรกว่า 360 ครัวเรือน หรือเกือบ 2,000 คนนี้ ผู้เขียนอยากชวนมารู้จัก “อรุณ เหมมินทร์” หรือ “บังอรุณ” หนึ่งในคนของเกาะที่เติบโตขึ้นมาและสร้างเส้นทางชีวิตของตนเอง จนเป็นที่รู้จักในอีกบทบาทหนึ่งในชื่อ “เชฟฮารูน” เจ้าของร้านข้าวมันไก่ในจังหวัดปัตตานี ซึ่งเรื่องราวของเขาไม่ได้เป็นเพียงการทำมาหากินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดของการทำธุรกิจที่เชื่อมโยงกับสังคมในอีกมิติหนึ่งด้วย

หากต้องพูดถึงบังอรุณ เขาเป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานมาตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงชีวิตในวัยเกือบ 60 ปี จากอดีตนักกีฬาฟุตบอลของเกาะ ชีวิตในช่วงหนึ่งผูกพันอยู่กับทะเล ทั้งการตกปลา การเอาชีวิตรอด และการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมดังกล่าว ก่อนจะก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานในฐานะพนักงานในธุรกิจโรงแรมระดับไฮเอนด์ในจังหวัดภูเก็ต และย้ายไปเติบโตในสายงานที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี






ประสบการณ์ทั้งหมดนี้ได้ถูกสั่งสม จนเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจกลับมาตั้งต้นทำธุรกิจที่จังหวัดปัตตานี บ้านเกิดของภรรยา โดยเริ่มจากร้านอาหาร “มิงนัมเบอร์วัน” ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวตุ๋นยาจีนและเป็ดย่าง (จะบังติกอ) ก่อนจะปรับมาสู่ร้านข้าวมันไก่เชฟฮารูนในราคาย่อมเยา เริ่มต้นเพียงห่อละ 35 บาท ด้วยเจตนาในการพัฒนาเป็น “ธุรกิจที่ใส่ใจสังคม” (Social enterprise)

บังอรุณ เกิดและเติบโตในครอบครัวชาวเกาะปันหยี จังหวัดพังงาโดยแท้ 

สิ่งนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของรสมือของเชฟฮารูน ที่มีความเข้มข้น เผ็ดร้อน แต่ยังคงความกลมกล่อมในแบบฉบับอาหารใต้ ไม่ว่าจะเป็นแกงคั่วเนื้อ ขนมจีนแกงกะทิ แกงเผ็ดเป็ดย่าง หรือแกงคั่วหอยจุ๊บแจง ซึ่งล้วนเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่สะท้อนตัวตนของบังอรุณได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ด้วยบุคลิกที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ก็ทำให้ผู้เขียนมีโอกาสได้รู้จักและสนิทสนมกัน จนเวลาล่วงเลยมากว่า 12 ปี

บังอรุณ หรือ ฮารูน เป็นชื่อที่มีที่มาจากนบี (ศาสนทูต) ท่านหนึ่งในศาสนาอิสลาม ซึ่งโดยทั่วไปนบีฮารูนได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นผู้มีวาจาชัดเจน อ่อนโยน และมีความอดทนสูง ครั้งหนึ่งภรรยาของบังอรุณเคยเล่าว่า หลังจากได้ศึกษาชีวประวัติของนบีฮารูนผ่านอัลกุรอาน ก็ทำให้นึกถึงสามีของตนในบางแง่มุม โดยเฉพาะความนุ่มนวล ใจเย็น และมีเมตตา

นอกจากบุคลิกส่วนตัวของบังอรุณที่ทำให้ผู้คนที่พบเจอรู้สึกเป็นกันเองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ “ธุรกิจของบังอรุณที่ใส่ใจสังคม” ซึ่งโดยทั่วไป ธุรกิจเพื่อสังคมหมายถึง การดำเนินกิจการที่ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ควบคู่ไปกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

ในฐานะมุสลิม แนวทางที่บังอรุณและผู้ประกอบการมุสลิมหลายท่านยึดถือร่วมกัน คือ การนำหลักการของอิสลามมาเป็นพื้นฐาน โดยมองว่าธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของอิบาดะฮฺ (การเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ) การดำเนินธุรกิจจึงต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม ความรับผิดชอบต่อมนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการมุ่งแสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮฺ ควบคู่กับผลกำไรที่บริสุทธิ์

การทำธุรกิจในแนวทางนี้ ซึ่งมุ่งหวังผลตอบแทนทั้งในดุนยา (โลกนี้) และอาคีรัต (โลกหน้า) จึงต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมรอบตัว เพื่อให้เป็นธุรกิจที่ฮาลาล ยุติธรรม ไม่เอาเปรียบ และสามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน


อย่างเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งล่าสุดเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจของบังอรุณเองก็ไม่นิ่งนอนใจแม้บ้านของตัวเองถูกท่วมสูงเกือบ 2 เมตร แต่ยังได้ดำเนินการดูแลสังคมรอบข้างตามความสามารถที่มีอยู่อย่างไม่นิ่งนอนใจ ทั้งการจัดทำครัวกลาง เพื่อจัดเตรียมและปรุงอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย ทั้งในชุมชนจะบังติกอ และชุมชนปูยุด รวมไปถึงการจัดเตรียมที่พัก (ชั่วคราว) ที่สาขา ให้เป็นที่พักพิงแก่พนักงาน พร้อมทั้งถุงยังชีพ และอาหาร ให้แก่พนักงานที่ประสบภัย ไม่สามารถกลับบ้านได้ ได้อยู่อาศัยในห้วงเวลาที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว

ครั้งหนึ่ง ด้วยความชูโกร (ขอบคุณ) ต่อพระผู้เป็นเจ้า บังอรุณจึงนึกถึงและสำนึกในบุญคุณของบ้านเกิด เกิดเป็นความตั้งใจในการหอบหิ้ววัตถุดิบและเครื่องมือกลับไปยังเกาะปันหยี เพื่อทำเมนูข้าวมันไก่เชฟฮารูนเลี้ยงแก่พี่น้องในชุมชน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจนหมดหม้อแล้วหม้อเล่า สะท้อนถึงความปลื้มปิติจากการได้กลับมาตอบแทนบ้านเกิด หลังจากผ่านประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานและประสบความสำเร็จในอาชีพนอกพื้นที่

นอกจากนี้ เขายังมีโอกาสถ่ายทอดความรู้ด้านอาชีพ ทั้งสูตรการหุงข้าวและการต้มไก่ ด้วยเจตนาในแนวทางศาสนา เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อชุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสรรสร้างสังคมอย่างยั่งยืน

และจากที่เกริ่นไปตอนต้น ว่าข้าวมันไก่เชฟฮารูน ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาทนั้น แง่ดีอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ เป็นการช่วยจรรโลงสังคมให้แก่ผู้คนมากมาย ทุกระดับอาชีพ ทุกรายได้ ให้สามารถเข้าถึงและกินอิ่ม ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย เสริมทั้งพลังกายและพลังใจในการใช้ชีวิตได้อีกหลากหลายมื้อในแต่ละวัน ในด้านทรัพยากรมนุษย์ของร้านเอง ชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานเกือบ 20 ชีวิตของทั้ง 3 สาขา ดีขึ้นด้วย ทุกคนมีรายได้ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ มีสวัสดิการที่ครอบคลุม และส่งผลทำให้สุขภาพจิตใจของพนักงานดีขึ้น ให้ได้ส่งมอบต่อแก่ลูกค้านอกเหนือจากอาหารที่ลูกค้าได้รับด้วย

การใส่ใจสังคมช่วยลดความขัดแย้งกับชุมชน ลูกค้า และสิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว ไม่เติบโตแบบฉาบฉวยหรือเสี่ยงต่อการต่อต้าน ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกสนับสนุนธุรกิจที่มีคุณค่า เมื่อธุรกิจแสดงความจริงใจต่อสังคม จะเกิดความไว้วางใจ ความภักดี และการบอกต่อโดยสมัครใจ ธุรกิจที่ใส่ใจสังคมไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “ความหมาย” และ “ตัวตน” ทำให้แตกต่างจากคู่แข่ง และไม่จำเป็นต้องแข่งด้วยราคาที่ถูกที่สุดเสมอไป ที่สำคัญการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาทางกฎหมาย รวมถึงวิกฤตภาพลักษณ์ที่อาจสร้างความเสียหายรุนแรงในอนาคตด้วย สำคัญที่สุด การสมดุลระหว่างกำไรและความดี จึงเป็นการใช้ทรัพย์สิน ให้เป็น อามานะฮฺ (หน้าที่) เพื่อแสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮฺ เพื่อนำไปสู่ความบารอกะฮฺ (ความจำเริญ) ทั้งในรายได้และชีวิตต่อไป

ฉะนั้น สิ่งที่บังอรุณ หรือเชฟฮารูน สะท้อนให้เห็น คือ การสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจที่มุ่งสร้างกำไรควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ซึ่งไม่ได้ทำให้ธุรกิจเสียเปรียบ หากแต่ช่วยเสริมความมั่นคงและความน่าเชื่อถือในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการ แนวทางนี้อาจเริ่มต้นได้จากการให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน หรือชุมชน รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม


ความคิดเห็น