ขจรจบ
มีสถานการณ์หนึ่งในสังคมที่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันผู้ใหญ่ไล่ตามเด็กไม่ทัน นั่นคือ สถานการณ์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ให้ข้อมูลซึ่งเป็นคุณครูโรงเรียนหนึ่งเล่าว่า ในวันนั้นก็ทำหน้าที่ครูตามปกติ ให้เด็กได้ละหมาดซุฮฺริ และมีนักเรียนสามสี่คนวิ่งมาหา นักเรียนคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า“มีเพื่อนตอนนี้กำลังหายใจไม่ทัน ท้องกับหน้าอกยุบเลยครับครู”
ด้วยความตกใจ ครูก็รีบวิ่งไปยังเด็กก็พบว่า เด็กกำลังนอนตัวงออยู่หน้าห้องน้ำ และบอกกับครูว่า
“ร้อนครู จะอ๊วกก็ไม่อ๊วก หายใจก็เจ็บทุกทีที่หายใจ”
ครูผู้ชายรีบอุ้มนักเรียนไปห้องพยาบาล และปฐมพยาบาลด้วยการเช็ดตัว และทำให้ร่างกายนักเรียนที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ได้เย็นลง พร้อมทั้งสอบถามนักเรียนว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมกำชับนักเรียนว่า ให้สื่อสารข้อมูลที่เป็นจริง ได้ข้อมูลว่านักเรียนสูบบุหรี่ไฟฟ้า และปฐมพยาบาลอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น จึงนำเด็กส่งโรงพยาบาล
มีข้อข้อมูลที่น่าเป็นห่วงจากเว็บไซต์ของ สสส. (https://www.thaihealth.or.th) ระบุว่า ต้องยอมรับว่า สิ่งเสพติดที่คอยทำลายสุขภาพในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นบุหรี่ไฟฟ้า นับเป็นภัยคุกคามเยาวชน ทำลายสุขภาพ ทำร้ายคนรอบข้าง และที่น่าตกใจก็คือ เกินกว่าครึ่งของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในไทย เป็นเยาวชน อายุ 15-24 ปี และจากการสำรวจในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในภาคกลาง พบว่า เด็กประถมฯ เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 43% และที่น่าตกใจ คือ พบนักเรียนหญิงสูบมากกว่าชาย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน อีกทั้งบริษัทบุหรี่ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอดแบบใช้แล้วทิ้งยังออกแบบให้ พกพาง่าย รูปร่างสวยงามมีกลิ่นหอม มีการโฆษณาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อดึงดูดใจ ทำให้เด็กเข้าใจผิดว่าไม่อันตราย นั่นคือข้อมูลที่ทำให้ทราบว่า เด็กในระดับประถมศึกษาซึ่งมีอายุต่ำกว่า 13 ปี เริ่มเข้าใกล้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นทุกที และที่น่าใจหายก็คือ ข้อมูลจากงานวิจัยนี้เป็นจริง เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเยาวชนของเรา ในขณะที่ครูส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ปกครองยังนึกภาพไม่ออกว่ามีลักษณะอย่างไร ดังข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ครูที่ต้องปฐมพยาบาลเด็กที่เกิดอันตรายอย่างปัจจุบันทันด่วนจากบุหรี่ไฟฟ้าที่กล่าวว่า
“พวกเราที่เป็นครู แทบไม่มีใครรู้จักบุหรี่ไฟฟ้า ไม่รู้ว่าสิ่งที่ครูในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนยื่นให้ดูคือบุหรี่ไฟฟ้า เราเองก็เพิ่งเห็นมันครั้งแรกจากการที่ครูอีกคนยื่นให้ดู มันไม่เหมือนบุหรี่ในความรู้สึกของเรา และเราอาจจะเห็นมันผ่านตามาแล้ว แต่เราไม่รู้ว่ามันคือบุหรี่ไฟฟ้า”
นอกจากในพื้นที่โรงเรียนแล้ว บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีแทบทุกพื้นที่ ซึ่งผู้หญิงอีกคนหนึ่งเล่าว่า
“เคยเข้าห้องน้ำสาธารณะ ก็ได้กลิ่น เป็นกลิ่นหอม เพียงแต่เราไม่รู้ว่าคือบุหรี่ไฟฟ้า ก็ไม่ระวังตัว ซึ่งถ้ารู้ว่าบุหรี่เราก็จะระวัง เพราะปกติก็แพ้ควันบุหรี่อยู่แล้ว จนเข้าห้องน้ำเรียบร้อย กลับมาที่รถ ก็ใจสั่น นึกขึ้นได้ว่าวัยรุ่นผู้หญิงถืออะไรบางอย่าง และผลัดกันถือ ลองค้นภาพดู ก็พบว่า มันคือบุหรี่ไฟฟ้า ที่ค้นเพราะเอะใจว่า ทำไมเราถึงมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ทันเหมือนตอนแพ้ควันบุหรี่”
เมื่อย้อนกลับมายังโรงเรียน ครูได้เล่าต่อว่า เมื่อสัมภาษณ์เด็กไปเรื่อย ๆ กลับพบว่านักเรียนที่อายุต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงเริ่มทดลองบุหรี่ไฟฟ้ากันแล้ว ซึ่งเด็ก ๆ เล่าว่า เพราะอยากลอง และอยากรู้ว่าเป็นยังไง รู้สึกว่าเป็นความท้าทายที่จะต้องได้ลองสักครั้ง โดยใช้วิธีสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์และหารเงินช่วยกันจ่ายผลัดกับสูบ และที่น่าใจหายก็คือ การทดลองบุหรี่ไฟฟ้าเป็นข้อมูลที่ต่างจากบุหรี่ทั่วไป นั่นคือ ไม่ใช่เพียงเด็กที่มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงในเรื่องเรียนเท่านั้นที่ทดลองบุหรี่ไฟฟ้า แต่เด็กที่เรียกกันในโรงเรียนว่าเด็กเรียน เด็กดีในสายตาเพื่อนและครู เป็นเด็กที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัว ก็เป็นเด็กที่ทดลองบุหรี่ไฟฟ้าเช่นกัน
“มันไม่สามารถเดาทิศทางได้เลยค่ะ เป็นไปได้ทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเรียนหรือเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม ก็สามารถเป็นเด็กที่ลองบุหรี่ไฟฟ้าได้ทั้งหมด เลยเป็นจุดยากร่วมกันระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองเลย เป็นคำถามที่ว่า เราจะทำอย่างไร ในขณะที่เด็กไปไกล สั่งผ่านออนไลน์แล้ว แต่ครู ผู้ปกครองยังไม่รู้จักเลยว่าหน้าตาของบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอย่างไร”
ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลที่ชัดเจนว่า เด็กไปไกลกว่าผู้ใหญ่ ครู ผู้ปกครอง ยังขาดข้อมูลจากอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่รู้จัก ซึ่งต่อให้เห็น บางคนก็ยังไม่ทราบว่าคืออะไร นับเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมที่ต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้และดูแลเยาวชนของเราในเรื่องนี้ ซึ่งพิษภัยของบุหรี่ได้เปลี่ยนทิศไปหาเยาชนที่เป็นเด็ก ซ้ำยังเพิ่มขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นหญิง ซึ่งเดิมแทบไม่มีหรือมีน้อยมากในบริบทของสังคมไทยและสังคมมุสลิมไทย
ในขณะที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ขอตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า คุณรู้หรือไม่ ว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีลักษณะอย่างไร คุณรู้จักมันหรือไม่ ว่าเป็นอย่างไร เป็นคำถามง่าย ๆ ที่บางที นักเรียนหรือลูกหลานของคุณสามารถตอบได้ในทันที ที่ตัวเราเองยังไม่รู้เลย ว่าคำตอบของคำถามนี้ คืออะไร???

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น