บทเรียนแห่งความกล้าหาญ: ความสูญเสียที่ชวนทบทวนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ขจรจบ

การเสียชีวิตของ ผู้อำนวยการ ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากเหตุคนร้ายบุกจับตัวประกันในโรงเรียน ท่านคือคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตขอเป็นตัวประกันแทนเหล่านักเรียน จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา 

เรื่องราวของผู้อำนวยการ ศศิพัชร เป็นเหตุการณ์ที่สังคมรับรู้ในฐานะความกล้าหาญและความเสียสละสูงสุดของวิชาชีพครูและผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม หากมองผ่านเลนส์ทางวิชาการ เหตุการณ์นี้มิได้สะท้อนเพียงคุณธรรมของบุคคล หากยังเปิดพื้นที่ให้ตั้งคำถามต่อ ระบบคุ้มครองเด็ก และความหมายของความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างแท้จริง

โรงเรียนนับเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่มากกว่าการผลิตความรู้ แต่เป็นพื้นที่สร้างความไว้วางใจ ความผูกพัน และความมั่นคงทางชีวิต เด็กจำนวนมากรับรู้ว่าโรงเรียน อยู่ในสถานะพื้นที่ปลอดภัยที่ผู้ใหญ่จะยืนอยู่เคียงข้างเมื่อเกิดภาวะคุกคาม การตัดสินใจของผู้บริหารในครั้งนี้จึงสะท้อนจริยธรรมแห่งความเอื้ออาทรที่ฝังอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ อย่างไรก็ตาม การยอมรับความเสียสละในระดับวีรกรรม อาจทำให้สังคมละเลยคำถามสำคัญว่า เหตุใดระบบจึงปล่อยให้การปกป้องเด็กต้องพึ่งพาการตัดสินใจของบุคคลในวินาทีวิกฤต มากกว่าการมีกลไกป้องกันที่เป็นรูปธรรม เหตุการณ์ครั้งนี้ จึงนำไปสู่ความจริงที่ว่า เมื่อพื้นที่ปลอดภัยยังไม่ถูกออกแบบในระดับโครงสร้าง ภาระการคุ้มครองจึงตกลงสู่ปัจเจกบุคคล และบางครั้งต้องจบลงด้วยความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ประเด็นนี้นำไปสู่แนวคิดเรื่อง พื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิญญาณ (spiritual safe space) ซึ่งมิได้หมายถึงเพียงการปลอดจากอันตรายทางกายภาพ แต่รวมถึงความมั่นคงในความรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า ได้รับการคุ้มครอง และมีผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบต่อความอยู่รอดของตน พื้นที่เช่นนี้ก่อรูปผ่านวัฒนธรรมองค์กร ระบบดูแลช่วยเหลือ การเตรียมพร้อมต่อเหตุฉุกเฉิน และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในระดับนโยบายและโครงสร้างที่แท้จริงให้เกิดขึ้น

การเสียสละของผู้อำนวยการ ศศิพัชร สินสโมสร มิได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมเฉพาะบุคคล หากแต่เป็นภาพสะท้อนสำคัญของบทบาทสถานศึกษาในพื้นที่ความเปราะบางทางสังคม แม้การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีของผู้บริหารโรงเรียนครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดการเรียนรู้เชิงวิชาการ แต่ยังเป็นพื้นที่คุ้มครองชีวิต เป็นที่พักพิงทางใจ และเป็นเส้นแนวหน้าของการปกป้องเด็ก แต่ในทางสังคมวิทยาการศึกษา เหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า เราคาดหวังให้ครูทำหน้าที่มากเพียงใด ครูจะต้องเสียสละ และใช้ชีวิตท่ามกลางความรุนแรงภายในรั้วของสถานศึกษาโดยไร้ระบบความปลอดภัยไปแบบนี้ในสังคมเราหรือ และในขณะเดียวกันระบบได้จัดกลไกปกป้องครูและเด็กไว้อย่างเพียงพอแล้วหรือไม่ หรือที่ผ่านมา ไม่มีการคำนึงถึงความปลอดภัยของครูผู้เสียสละ หรือเด็กผู้เป็นอนาคตของชาติเลย 

ความเสียสละของผู้อำนวยการอาจถูกยกย่องในฐานะความกล้าหาญสูงสุดของวิชาชีพครู แต่หากสังคมหยุดอยู่เพียงการยกย่องโดยไม่พัฒนามาตรการความปลอดภัย ไม่สร้างระบบสนับสนุน และไม่ลดเงื่อนไขความรุนแรง เหตุการณ์ลักษณะนี้ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก

และในอีกมิติหนึ่ง เด็ก ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับความรัก การปกป้อง และความรับผิดชอบต่อผู้อื่น บทเรียนเช่นนี้มีพลังทางจิตวิญญาณสูงยิ่ง แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนความสูญเสียที่ไม่มีใครควรต้องจ่าย ดังนั้น การรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ควรไปไกลกว่าความอาลัย แต่ต้องนำไปสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม ทั้งในระดับนโยบาย ชุมชน และโรงเรียน เพราะในสังคมที่ดี เด็กไม่ควรต้องรอดชีวิตด้วยการแลกกับชีวิตของครู

แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างบทเรียนทางศีลธรรมที่ทรงพลังแก่เด็กเกี่ยวกับความรักและการเสียสละ แต่ประสบการณ์ความรุนแรงก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางจิตใจระยะยาว หากปราศจากระบบเยียวยาที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง ความทรงจำแห่งความกล้าหาญอาจปะปนกับความหวาดกลัว ดังนั้น 

การรำลึกถึงการจากไปของผู้อำนวยการโรงเรียนพะตง ควรได้รับการยกระดับจากความอาลัย ไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่ควรเกิดขึ้นจริง ได้แก่ 

ประการแรก การพัฒนามาตรการความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาซึ่งนับเป็นพื้นที่เปราะบางที่มีเด็กและเยาวชนจึงนับเป็นพื้นที่ต้องได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นระบบ 

ประการที่สอง การจัดให้มีระบบสนับสนุนด้านจิตสังคมและการเยียวยาเด็กและบุคลากรหลังเหตุการณ์วิกฤต

ประการที่สาม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่หล่อหลอมความรับผิดชอบร่วมต่อชีวิตเด็ก โดยไม่ผลักภาระไว้ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะในสังคมที่ให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พื้นที่ปลอดภัยของเด็กควรถูกออกแบบด้วยระบบ โดยเจ้าหน้าที่ที่มีศักยภาพและความสามารถในการปกป้อง คุ้มครองชีวิตครูและนักเรียน มิใช่รอคอยวีรบุรุษหรือวีรสตรี ที่ทั้งชีวิตของบุคคลเหล่านี้อย่าว่าแต่หยิบจับเครื่องมือทำเพื่อตอบโต้การถูกทำร้ายหมายชีวิต แค่เพียงเห็นมันที่ไม่ใช่ทางสื่อ บางคนยังไม่เคยด้วยซ้ำ และเมื่อเหตุการณ์ ภัยร้ายมาถึง ผู้ที่ต้องก้าวเท้าออกมาเพื่อเป็นตัวประกันและถูกทำร้ายด้วยอาวุธเหล่านี้ กลับเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่วิชาชีพของเธอ จับเพียงปากกา

วันนี้สังคมไทยสูญเสียผู้อำนวยการโรงเรียนคนหนึ่ง เด็ก ๆ ได้เห็นแบบอย่างของความเป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในวินาทีคับขัน ท่านไม่ได้เลือกความปลอดภัยของตนเอง แต่เลือกยืนอยู่หน้าลูกศิษย์ เลือกให้ชีวิตของเด็ก ๆ เดินต่อไปได้ การเรียนรู้ของเด็ก และผู้คนในสังคม บ่งชี้ว่า การศึกษาบางครั้งไม่ได้เกิดในห้องเรียน แต่อยู่ในช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่สอนด้วยการกระทำ ท่านได้สอนบทเรียนสุดท้ายไว้ว่า หน้าที่ของครู ไม่ได้มีเพียงให้ความรู้ แต่คือการปกป้อง ดูแล และรักศิษย์ดุจลูก และรักมากกว่าชีวิตของตัวเอง

การจากไปครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความสูญเสีย แต่เป็นมรดกของประสบการณ์ที่ฝากไว้กับเด็ก ๆ

ครูและผู้คนในสังคม ซึ่งหวังว่าเรื่องราวนี้เป็นพลังให้เราร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน เป็นโจทย์ที่จะต้องหาทางออกกันต่อไป ว่าจะทำอย่างไร ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่แท้จริงให้มากที่สุด 

การเสียสละของ ผู้อำนวยการ ศศิพัชร สินสโมสร นับว่าเป็นความเสียสละที่ควรได้รับการยกย่อง แต่เป็นการเสียสละที่น่าเห็นใจ ซึ่งไม่ควรเกิดซ้ำในพื้นที่ที่เรียกว่า “โรงเรียน


ความคิดเห็น