ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ กับการพัฒนาประชาคมมุสลิมในกรุงเทพมหานคร

ผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี

กรุงเทพมหานคร มิได้เป็นเพียงเมืองหลวงทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทยเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่แห่งความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้คนจำนวนมหาศาลที่ร่วมกันหล่อหลอมให้มหานครแห่งนี้มีชีวิตชีวาอย่างไม่สิ้นสุด ในบรรดาประชากรที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างสังคมของกรุงเทพฯ “ประชาคมมุสลิม” นับเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่มีทั้งรากฐานทางประวัติศาสตร์ ความเข้มแข็งทางสังคม และศักยภาพทางเศรษฐกิจอันโดดเด่น โดยปัจจุบันชาวมุสลิมในกรุงเทพมหานคร มีจำนวนมากกว่า 380,000 คน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 7 ของประชากรทั้งหมด กระจายตัวหนาแน่นในพื้นที่ฝั่งตะวันออก อาทิ หนองจอก มีนบุรี สะพานสูง ลาดกระบัง คลองสามวา และทุ่งครุ ตลอดจนเขตชั้นในอย่างสวนหลวง คลองเตย และบางรัก

ในบริบทดังกล่าว การเข้ามารับตำแหน่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ จึงมิใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านทางการบริหารเท่านั้น หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์เมืองที่มองเห็น “ประชาคมมุสลิม” อย่างลึกซึ้ง ในฐานะพลังร่วมสร้างมหานครที่มีความเป็นธรรม ครอบคลุม และเคารพต่อความแตกต่างอย่างแท้จริง การพัฒนากรุงเทพฯ สำหรับชาวมุสลิม จึงไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงมิติของศาสนกิจ หากต้องขยายไปสู่การสร้างระบบนิเวศของเมืองที่สนับสนุนวิถีชีวิตอิสลามอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติสุขภาพ การศึกษา เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชน

กรุงเทพมหานคร มีต้นทุนเชิงสถาบันที่เอื้อต่อการพัฒนาประชาคมมุสลิมอย่างยิ่ง กล่าวคือ มีคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดในกิจการที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม ตามพระราชบัญญัติการบริหารกิจการศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 อีกทั้งยังมีมัสยิดในพื้นที่ถึง 187 แห่ง ซึ่งมิได้ทำหน้าที่เพียงเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ แต่ยังเป็นพื้นที่ทางสังคม การศึกษา และการประสานพลังชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ หากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ สามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสำนักต่าง ๆ ของ กทม. กับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครได้อย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ ก็ย่อมจะนำไปสู่การพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

ในด้านสาธารณสุข นโยบายที่คำนึงถึงหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลาม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเสมอภาคด้านบริการสาธารณะ ตัวอย่างความสำเร็จจากโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ เขตหนองจอก แสดงให้เห็นแล้วว่า การออกแบบบริการสุขภาพที่สอดรับกับอัตลักษณ์ของประชาชนสามารถสร้างความไว้วางใจ และเพิ่มการเข้าถึงบริการได้อย่างเป็นรูปธรรม การต่อยอดแนวทางดังกล่าวไปยังโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครแห่งอื่น ๆ โดยกำหนดวันให้บริการเฉพาะสำหรับผู้ป่วยมุสลิม สนับสนุนบุคลากรหญิงสำหรับการตรวจสุขภาพ และพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายตามวิถีอิสลามในพื้นที่ที่มีประชากรมุสลิมหนาแน่น ย่อมสะท้อนถึงความเข้าใจในศักดิ์ศรีของมนุษย์และหลักศรัทธาที่อยู่ในรายละเอียดของชีวิต

ยิ่งไปกว่านั้น สังคมผู้สูงวัยที่กำลังขยายตัวในกรุงเทพมหานคร ยังทำให้การพัฒนาแนวทางดูแลผู้สูงอายุวิถีอิสลามในชุมชนเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง การส่งเสริม Caretaker ที่มีความรู้ความเข้าใจต่อหลักศาสนา วัฒนธรรม และความอ่อนไหวทางเพศภาวะ ไม่เพียงเป็นเรื่องของการจัดบริการ แต่ยังเป็นการยืนยันว่ารัฐท้องถิ่นสามารถออกแบบระบบสวัสดิการที่มีความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและทรงคุณค่า

ด้านการศึกษา นโยบายพัฒนาศูนย์เด็กเล็กต้นแบบวิถีอิสลาม ถือเป็นฐานรากสำคัญของการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ เพราะการศึกษาในช่วงปฐมวัยมิได้เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมทางวิชาการ หากยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของการหล่อหลอมอัตลักษณ์ คุณธรรม และความมั่นคงทางจิตใจของเด็ก การต่อยอดจากศูนย์เด็กเล็กที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่มุสลิมจำนวนมาก จึงเป็นทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวและสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่า วิถีแห่งศรัทธาจะได้รับการเคารพในพื้นที่สาธารณะของเมือง

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา 81 แห่ง ภาษาอาหรับ 71 แห่ง และภาษามลายู 7 แห่ง ย่อมมีนัยมากกว่าการส่งเสริมรายวิชาเฉพาะทาง หากคือการลงทุนใน “ทุนวัฒนธรรม” ของกรุงเทพมหานครเอง เพราะภาษาและศาสนาเป็นเครื่องมือในการธำรงรากเหง้า เชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับประวัติศาสตร์ของชุมชน และเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ การทูตวัฒนธรรม และความร่วมมือระดับภูมิภาคในอนาคต การบริหารการศึกษาเช่นนี้ จึงมิใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้เมืองทั้งระบบ

ในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แนวคิดการผลักดัน “เศรษฐกิจฮาลาล” ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องอย่างยิ่งกับศักยภาพของกรุงเทพมหานคร ในโลกปัจจุบัน อุตสาหกรรมฮาลาลมิได้จำกัดอยู่เพียงอาหารเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงบริการ การท่องเที่ยว สุขภาพ ความงาม โลจิสติกส์ และธุรกิจสร้างสรรค์อีกหลากหลายแขนง การที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ให้ความสำคัญกับการรวบรวมเส้นทางร้านอาหารฮาลาลเข้าสู่ปฏิทินท่องเที่ยว Bangkok 365 ตลอดทั้งปี ย่อมเป็นการยกระดับผู้ประกอบการมุสลิมรายย่อยและรายกลาง ให้สามารถเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มากขึ้น

พร้อมกันนั้น การผลักดันเทศกาลอีดิลฟิตริและอีดิลอัฏฮา หรือ Hari-Raya-Festival ให้เป็นหมุดหมายระดับโลก ถือเป็นการวางกรุงเทพมหานครไว้บนแผนที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนานาชาติ โดยเฉพาะต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนมีศักยภาพสูง ทั้งในเชิงปริมาณและกำลังซื้อ นี่คือการแปลงทุนทางศาสนาและวัฒนธรรม ให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ลดทอนคุณค่าดั้งเดิมของชุมชน

อีกนโยบายหนึ่งที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง คือการเร่งรัดให้สำนักเขตพัฒนามัสยิดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตน ทั้งด้านการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร แนวคิด Open Mosque Tour เป็นมากกว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะสามารถทำให้มัสยิดกลายเป็น “พื้นที่แห่งความเข้าใจ” ที่เปิดโอกาสให้สังคมพหุวัฒนธรรมได้เรียนรู้กันและกัน ลดอคติ และสร้างความไว้วางใจระหว่างชุมชนต่างศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง ในห้วงเวลาที่โลกเผชิญความเปราะบางจากความแตกต่าง การเปิดพื้นที่แห่งการรับฟังและเรียนรู้เช่นนี้คือหัวใจของสันติภาพในระดับเมือง

กล่าวโดยสรุป ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่มีโอกาสสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับการพัฒนาประชาคมมุสลิมให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เมืองอย่างเป็นองค์รวม ผ่านการประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด ทั้งในระบบสาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชน หากนโยบายเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กรุงเทพฯ จะมิใช่เพียงมหานครที่ “มี” ความหลากหลาย แต่จะเป็นมหานครที่ “ให้คุณค่า” กับความหลากหลายนั้นอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุด การพัฒนาประชาคมมุสลิมในกรุงเทพมหานคร มิใช่เรื่องเฉพาะของชาวมุสลิมเท่านั้น หากคือบทพิสูจน์สำคัญว่าการบริหารเมืองในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด จะสามารถโอบรับศักดิ์ศรี ความเชื่อ และความหวังของผู้คนทุกกลุ่มได้มากเพียงใด และหากกรุงเทพมหานครสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เมืองหลวงแห่งนี้ ก็จะมิได้เป็นเพียงศูนย์กลางของประเทศ หากจะเป็นแบบอย่างของมหานครพหุวัฒนธรรมที่เติบโตด้วยความเข้าใจ ความเป็นธรรม และความเจริญที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

------------------------

#ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่
#การพัฒนาประชาคมมุสลิมในกรุงเทพมหานคร
#การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569
#วิศรุตมุร้อดเลาะวิถี

ความคิดเห็น