ความสะอาดในอิสลาม: เมื่อคำสอนยังไม่กลายเป็นวัฒนธรรมของสังคม

โดย ชูใจ

หากมีคนถามว่า สิ่งใดคือภาพสะท้อนของอารยธรรมของสังคมหนึ่ง เราอาจตอบได้หลายอย่าง ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือความเจริญของเมือง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เรียบง่ายและบอกเล่าตัวตนของผู้คนได้อย่างชัดเจนนั่นคือ ความสะอาดของพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากชายหาด ริมถนน ตลาด หรือสวนสาธารณะ คือสิ่งที่บ่งชี้ว่าผู้คนในสังคมนั้นให้คุณค่ากับส่วนรวมมากเพียงใด 

และหากจะถามผู้ที่เป็นมุสลิมถึงความเป็นอิสลามก็มักได้คำตอบว่า คือการนำหลักศรัทธา หลักปฏิบัติ และหลักจริยธรรม คุณธรรมมาเป็นแนวทางหรือวิถีในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่นำไปสู่ภาพสะท้อนของความเป็นสังคมมุสลิม แต่เมื่อนึกสิ่งที่น่าเศร้าใจและอาจเป็นสิ่งภาพจำที่ขัดแย้งกับหลักคำสอนที่มักพบเจอได้เสมอก็คือ ความสะอาด ซึ่งมีหะดีษที่กล่าวว่า คือส่วนหนึ่ง หรือคือครึ่งหนึ่งของการศรัทธา แต่เรากลับพบว่า ความสะอาดซึ่งเป็นหลักการอิสลาม คำสอนอันงดงามนี้ยังไม่ปรากฏในพื้นที่สาธารณะของสังคมมุสลิม ทั้ง ๆ ที่การรักษาความสะอาดในพื้นที่สาธารณะไม่ได้เป็นแค่มารยาททางสังคมเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำสอนในอิสลามที่เชื่อมโยงระหว่างหลักศรัทธา หลักปฏิบัติ และหลักจริยธรรมเข้าด้วยกัน

น่าเสียดายที่ในหลายพื้นที่เรามักพบเห็นภาพที่ไม่สอดคล้องกับหลักคำสอนอันงดงามของอิสลาม ขยะถูกทิ้งไว้หลังจากการพักผ่อน ก้นบุหรี่ถูกเขี่ยลงพื้น ถุงพลาสติกถูกโยนออกจากรถ และบางครั้งผู้คนกลับเดินผ่านสิ่งเหล่านี้โดยรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ และทำไมสถานที่ที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ไม่สะอาดก็มักเป็นภาพชินตา ที่น่าใจหายเมื่อพบความจริงที่ว่าสกปรกเพราะน้ำมือเรา เราที่ท่องหลักคำสอนเหล่านี้ได้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยประถมศึกษา แต่กลับเป็นคำสอนที่ไม่ได้กลายเป็นพฤติกรรมและวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทั้งที่เป็นที่ทราบกันดีว่าอิสลามให้ความสำคัญกับความสะอาดในทุกมิติ ทั้งในความสะอาดที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขของการประกอบศาสนกิจ และความสะอาดในทุกพื้นที่และบุคคล ดังที่อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ว่า

“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักบรรดาผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และทรงรักบรรดาผู้ที่รักษาความสะอาด” (อัลบะเกาะเราะฮ์ : 222)

การที่พระองค์ทรงกล่าวถึงความสะอาดควบคู่กับความรักของพระองค์แสดงให้เห็นว่า ความสะอาดไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นคุณลักษณะของผู้ศรัทธา

อย่างไรก็ตามความสะอาดในมิติของอิสลามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเราเอง แต่ขยายไปถึงพื้นที่ที่เราใช้ร่วมกับผู้อื่นด้วย เพราะอิสลามสอนให้ผู้ศรัทธามีจิตสำนึกต่อส่วนรวม และคำนึงถึงผลกระทบของการกระทำของตนเสมอ

ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า

“มุสลิมคือผู้ที่ผู้คนปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา” (บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม)

แม้หะดีษบทนี้มักถูกอธิบายในเรื่องการไม่ทำร้ายผู้อื่นด้วยคำพูดหรือการกระทำ แต่ในความหมายที่กว้างขึ้นย่อมรวมถึงการไม่สร้างความเดือดร้อนผ่านพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ดังนั้นการทิ้งขยะลงบนพื้นอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่กลับสร้างผลกระทบมากมาย ทั้งความสกปรก มลพิษ ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของชุมชน และภาระที่ตกอยู่กับคนอื่น การกระทำเพียงไม่กี่วินาทีของคนคนหนึ่งอาจทำให้คนอีกหลายสิบคนต้องเสียเวลาและทรัพยากรในการจัดการ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้บางชีวิตจะต้องทุกข์ทรมานอย่างยาวนาน อย่างเช่น สัตว์ในทะเลบางตัวที่ต้องได้รับผลจากความมักง่าย และไม่ใส่ใจต่อการรักษาความสะอาด

และสิ่งที่ควรคิดต่อก็คือ มีบ่อยครั้งที่เราคาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐจัดการปัญหาความสกปรก เราตำหนิผู้ดูแลสถานที่ที่ไม่เก็บขยะ เราบ่นว่าบ้านเมืองขาดระเบียบ แต่กลับลืมไปว่า ความสะอาดไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือใครเพียงกลุ่มเดียว หากเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน จึงเป็นโจทย์ที่ต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่า ปัญหาของสังคมในวันนี้อาจไม่ใช่การขาดถังขยะหรือขาดเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด แต่เป็นการขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน และขาดความตระหนักในการทำหน้าที่เคาะลีฟะฮ์บนหน้าแผ่นดิน ซึ่งทุกการกระทำของเราคือแบบที่อาจจะเป็นคุณลักษณะส่วนบุคคล หรือภาพจำในภาพรวมของความเป็นมุสลิมที่ทำหน้าที่ในการนำวิถีอิสลามให้กลายเป็นภาพจำของผู้คน

“เมื่อเราไม่รู้สึกว่าชายหาดเป็นของเรา เราจึงทิ้งขยะได้ง่าย เมื่อเราไม่รู้สึกว่าถนนเป็นของเรา เราจึงไม่ลังเลที่จะโยนสิ่งสกปรกลงข้างทาง และเมื่อเราไม่รู้สึกว่าพื้นที่สาธารณะเป็นบ้านหลังใหญ่ของเรา เราก็ไม่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น”

ทั้งที่ในความเป็นจริงอิสลามได้ปลูกฝังแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมานานแล้ว ผ่านหลักของการเป็นเคาะลีฟะฮ์หรือผู้ดูแลโลกใบนี้ มนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้ประโยชน์จากโลก แต่เป็นผู้รับผิดชอบต่อความเป็นระเบียบ ความสมดุล และความงดงามของมัน ดังนั้นสังคมที่สะอาดจึงไม่ได้เกิดจากการมีบทบัญญัติที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้คนที่ยอมเปลี่ยนหลักการให้กลายเป็นการปฏิบัติ 

บางครั้งการรักษาความสะอาดอาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น เก็บขยะของตนเอง พกถุงใส่ขยะเมื่อเดินทาง ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น หรือก้มลงเก็บขยะสักชิ้นแม้ไม่ใช่ของเรา การกระทำเล็ก ๆ เหล่านี้อาจไม่ได้เปลี่ยนโลกในทันที แต่กำลังเปลี่ยนวัฒนธรรมของสังคม และทำให้คำสอนของอิสลามกลับมามีชีวิตอยู่ในพื้นที่สาธารณะอีกครั้ง เพราะท้ายที่สุดแล้วความสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม หากเป็นบททดสอบว่า เราจะนำหลักการที่สวยงามของศาสนามาใช้ในชีวิตจริงได้มากเพียงใด

และบางทีที่เราควรคิดใคร่ครวญ พื้นที่สาธารณะที่สกปรกที่สุดอาจไม่ใช่ชายหาดหรือริมถนน แต่คือพื้นที่ในหัวใจของเราที่ยังไม่ได้ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง


"อิสลามไม่ได้สอนให้เราสะอาดเฉพาะตอนละหมาด แต่สอนให้เรารับผิดชอบต่อทุกพื้นที่ที่เราใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะความสะอาดของสังคม คือสิ่งที่บ่งชี้ว่าความศรัทธาได้ถูกแปรเป็นการกระทำแล้วในสังคมของเรา"


ความคิดเห็น