เปิดแฟ้มฮาลาลไทย: ความจริงที่คนไทยควรรู้

ในโลกที่ผู้คนต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรม และต่างวิถีชีวิตต้องอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด “อาหาร” และ “ของใช้ในชีวิตประจำวัน” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่หล่อเลี้ยงร่างกาย หากยังสะท้อนศรัทธา คุณค่า และจริยธรรมของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

คำว่า “ฮาลาล” จึงมิใช่แค่เครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์ แต่คือสัญลักษณ์ของความไว้วางใจ ความถูกต้องตามหลักศาสนา และมาตรฐานความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ยิ่งในสังคมไทยที่มีความหลากหลายทางศาสนา และมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารโลก การเข้าใจเรื่องฮาลาลอย่างถูกต้อง จึงมิใช่เรื่องของชาวมุสลิมเท่านั้น หากเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้

ฮาลาล (Halal) ในภาษาอาหรับ หมายถึง “สิ่งที่อนุญาต” หรือสิ่งที่ศาสนาอิสลามอนุญาตให้บริโภคหรือใช้ได้ ตรงข้ามกับคำว่า “ฮารอม” (Haram) ซึ่งหมายถึง สิ่งต้องห้าม ในทางปฏิบัติ ฮาลาลจะครอบคลุม  ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง ไปจนถึงการป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งต้องห้าม เช่น สุกร เลือด สัตว์ที่มิได้เชือดตามหลักการอิสลาม หรือแอลกอฮอล์ในบางกรณี

แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น ฮาลาลมิได้เป็นเพียงกรอบข้อห้ามทางศาสนา หากคือแนวคิดเรื่อง “การบริโภคอย่างมีจริยธรรม” ที่ตั้งอยู่บนความสะอาด ความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อชีวิตมนุษย์ นี่เองคือเหตุผลที่สินค้าฮาลาลได้รับความสนใจมากขึ้น แม้ในหมู่ผู้บริโภคที่มิใช่มุสลิม เพราะหลายคนมองเห็นว่า ฮาลาล คืออีกชั้นหนึ่งของความพิถีพิถันในการผลิต

สำหรับประเทศไทย ฮาลาลมีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด แม้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ไทยมีชุมชนมุสลิมจำนวนมาก และยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก จึงจำเป็นต้องมีระบบรับรองฮาลาลที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และเป็นธรรม ทั้งเพื่อคุ้มครองสิทธิทางศาสนาของประชาชน และเพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ปัจจุบัน การรับรองฮาลาลของไทยอยู่ภายใต้บทบาทของ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด โดยมีหน่วยงานวิชาการอย่าง ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามาสนับสนุนการตรวจสอบเชิงวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ส่วนประกอบ และพัฒนามาตรฐานให้ทันสมัย จุดแข็งของฮาลาลไทยจึงอยู่ตรงการประสานกันระหว่าง “ศรัทธา” กับ “วิทยาศาสตร์” อย่างเป็นระบบ

ในมิติทางเศรษฐกิจ ฮาลาลมิใช่เรื่องเล็ก เพราะตลาดมุสลิมทั่วโลกมีขนาดมหาศาล ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อุปโภคอีกมากมาย หากสินค้าไทยได้รับการรับรองฮาลาลอย่างถูกต้องและเป็นที่ยอมรับ ก็ย่อมเปิดประตูสู่ตลาดสำคัญในตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนยุโรปและแอฟริกาได้อย่างกว้างขวาง นั่นหมายความว่า ฮาลาลมิใช่เพียงเรื่องของศาสนา แต่คือโอกาสทางรายได้ การส่งออก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ขณะเดียวกัน กระบวนการรับรองฮาลาลก็ต้องอาศัยความโปร่งใส โดยเฉพาะในเรื่อง ค่าธรรมเนียมการขอรับรอง ซึ่งมักแตกต่างกันไปตามประเภทกิจการ ขนาดสถานประกอบการ และจำนวนผลิตภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ มีไว้เพื่อรองรับการตรวจสอบ การบริหารจัดการเอกสาร การประเมินสถานที่ผลิต และการออกใบรับรอง มิใช่เพื่อแสวงหากำไร เพราะองค์กรศาสนาที่กำกับดูแลเรื่องฮาลาล มิใช่องค์กรธุรกิจ ดังนั้น การสื่อสารอย่างชัดเจนและตรวจสอบได้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม

หากเปรียบเทียบกับมาตรฐานอย่าง GMP, HACCP, ISO 22000 หรือมาตรฐานของ อย. จะพบว่า มาตรฐานเหล่านี้ เน้นความปลอดภัย สุขอนามัย และการควบคุมคุณภาพเป็นหลัก ส่วนฮาลาลเพิ่มอีกมิติหนึ่ง ที่สำคัญยิ่ง คือ ความสอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม กล่าวคือ สินค้าอาจปลอดภัยตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่ถือว่าเป็นฮาลาล หากมีส่วนประกอบหรือกระบวนการผลิตที่ขัดต่อหลักศาสนา

ประเด็นที่สำคัญ ฮาลาลมิได้จำกัดอยู่แค่อาหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสินค้าอุปโภค เช่น เครื่องสำอาง สบู่ ยาสีฟัน หรือผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เพราะสำหรับผู้บริโภคมุสลิม “สิ่งที่ใช้” ก็สำคัญไม่ต่างจาก “สิ่งที่กิน” นี่คือมุมมองที่ทำให้ฮาลาลเป็นมาตรฐานแห่งวิถีชีวิต มิใช่เพียงมาตรฐานของสินค้า

กล่าวโดยสรุป  ฮาลาลในสังคมไทย ไม่ควรถูกมองอย่างผิวเผินว่า เป็นเรื่องเฉพาะของคนกลุ่มหนึ่ง หากเป็นเรื่องของสิทธิผู้บริโภค ความน่าเชื่อถือของระบบรับรอง มาตรฐานการผลิต และโอกาสทางเศรษฐกิจ ของชาติ เพราะแท้จริงแล้ว ฮาลาลมิใช่แค่ตราประทับบนสินค้า หากคือภาษาของความเชื่อมั่น เป็นจุดที่ศรัทธา วิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม บรรจบกันอย่างมีความหมาย และงดงาม เป็นสำคัญ

-------------------------

ผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี

#เปิดแฟ้มฮาลาลไทย

#ความจริงที่คนไทยควรรู้

#ฮาลาลไทยฮาลาลโลก

#วิศรุตมุร้อดเลาะวิถี


ความคิดเห็น